วันนี้มีคนเข้าชม : 1
เมื่อวานนี้มีคนเข้าชม : 1
เดือนนี้มีคนเข้าชม : 15
ปีนี้มีคนเข้าชม : 50
ปีที่แล้วคนเข้าชม : 0
เข้าชมลำดับที่
เริ่มใช้งาน : 05 พฤศจิกายน 2561
ข่าว  
สมศ.เปรียบเสมือนหน่วยคุ้มครองผู้บริโภคการศึกษา
Date 6 October 2014
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ย้ำจุดยืนทำงานรับผิดชอบและดูแลสังคม เปรียบหน้าที่เสมือนผู้คุ้มครองผู้บริโภคด้านการศึกษา  แนะระดับบุคคล สังคม และประเทศชาติ ใช้ผลการประเมินเพื่อขับเคลื่อนคุณภาพทั้งระบบ เผยพบปัญหาสถานศึกษาขาดการนำผลประเมินไปใช้จริงทั้งระดับประกันภายในและประเมินภายนอก ระบบจัดเก็บข้อมูลไม่ต่อเนื่อง และเป็นปัจจุบัน ไม่สร้างระบบฐานข้อมูลที่ใช้ประโยชน์ได้จริง แนะทุกสถานศึกษาทำงานเป็นวิถีชีวิตคุณภาพ ชี้ผลประเมินคุณภาพลดลดง เพราะผู้บริหารและครูอาจารย์ โยกย้ายบ่อยครั้ง การพัฒนาสถานศึกษาขาดความต่อเนื่อง

“ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์” ผู้อำนวยการ สมศ. เปิดเผยว่า สมศ. ทำการประเมินผลการจัดการศึกษา เพื่อเป็นการการตรวจสอบคุณภาพของสถานศึกษา  ด้วยความสำนึกและรับผิดชอบ คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักและคำนึงถึงผู้เรียนเป็นที่ตั้ง เปรียบเสมือนเป็นผู้คุ้มครองผู้บริโภคด้านการศึกษาของสังคมและประเทศ  

โดยบทบาทหน้าที่ของ สมศ. ผลการประเมินของ สมศ. นำไปใช้ประโยชน์ตั้งแต่ระดับบุคคล คือ นักเรียน นิสิต นักศึกษาและผู้ปกครอง  จากการใช้ผลการประเมินไปประกอบการตัดสินใจเลือกสถานศึกษาทุกระดับเพื่อเข้าเรียนต่อ  ระดับครูอาจารย์ได้รับการพัฒนาความรู้ความสามารถ และมีสัดส่วนเหมาะสมกับจำนวนเด็ก  

อีกทั้งต้องเร่งทำงานวิจัย ซึ่งมาจากการกำหนดตัวบ่งชี้การประเมินฯ ของ สมศ. ในระดับบริหาร ผลประเมินจะเป็นเครื่องมือที่จะส่งเสริมให้รางวัลแก่ผู้บริหาร ในระดับเขตพื้นที่สามารถใช้ผลการประเมินจากการประเมินคุณภาพเชิงพื้นที่ของ สมศ. ไปพัฒนาในพื้นที่ที่ด้อย และส่งเสริมพื้นที่ที่ดีอยู่แล้วให้ดีขึ้น ในระดับสังคม คือ ผู้ใช้บัณฑิตหรือผู้จ้างงาน มีความรู้สึกมั่นใจจ้างงานบัณฑิตในสถาบันที่มีคุณภาพ และระดับประเทศชาติได้เห็นภาพรวมคุณภาพของทั้งประเทศ เพื่อนำไปกำหนดเป็นนโยบายทางการศึกษา การใช้ผลการประเมินทั้งระดับบุคคล สังคม และประเทศ จะช่วยกระตุ้นการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาได้ทั้งระบบ
 
สำหรับผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สามที่ผ่านมา ใน 20 จังหวัด พบว่ามีสถานศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพการศึกษาลดลง คือเปลี่ยนจากสถานภาพรับรองเป็นไม่รับรอง มีจำนวนมากกว่า สถานศึกษาที่มีคุณภาพดีขึ้นถึง 3 เท่า คือเปลี่ยนจากสถานภาพไม่รับรองเป็นรับรอง วิเคราะห์แล้วพบว่าปัญหาคุณภาพการศึกษาลดลงเกิดจากผู้บริหาร โดยเฉพาะตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งต้องทำงานแบบเอาจริงเอาจัง โรงเรียนเหล่านั้นจึงจะมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังมีปัญหามาจากการโยกย้ายบุคลากร ทั้งผู้บริหารหรือครูโอนย้าย ความรู้ต่างๆ จะติดตัวตามไปด้วย  ประกอบกับคนไทยไม่มีพฤติกรรมการทำงานเป็นวิถีชีวิตคุณภาพ คือ ไม่มีการบันทึกการทำงานไว้ ดังนั้น เมื่อ สมศ. เข้าประเมิน 1 เดือนก่อนการประเมินจึงรู้สึกเครียด ต้องทำข้อมูลเอกสารหรือผลงานที่ทำมาเพื่อรับการประเมิน จึงรู้สึก สมศ. สร้างภาระ

ทั้งนี้ “ศ.ดร.ชาญณรงค์” กล่าวต่อว่า ผลการประเมินได้สะท้อนคุณภาพของสถานศึกษาในทุกๆ ด้าน และจากการประเมินทั้งสามรอบที่ผ่านมา พบปัญหาสำคัญที่พบตอนนี้คือ การไม่นำผลการประเมินไปใช้ทั้งในการพัฒนาคุณภาพ ซึ่งเป็นความผิดพลาดอย่างมากของสถาบัน  

และอีกปัญหาหนึ่งที่พบในสถานศึกษาทุกระดับคือ ไม่มีการจัดเก็บข้อมูลที่ดี ไม่มีระบบฐานข้อมูลที่ใช้ประโยชน์ได้  ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรื้อฝืนสิ่งที่ทำมาทั้งหมดและบันทึกได้ครบถ้วนคราวเดียวในระยะเวลาอันสั้น ตรงนี้อาจทำให้ผลประเมินไม่สะท้อนคุณภาพ ดังนั้น สถานศึกษาทุกแห่งควรทำระบบฐานข้อมูลและจัดเก็บเอกสารให้เป็นปัจจุบัน เมื่อ สมศ.เข้ารับการประเมินเมื่อไรก็นำผลงานมาแสดงได้ 

อีกทั้งกรณีสถาบันอุดมศึกษาต่อต้านการประเมินคุณภาพภายนอกนั้น ในเรื่องนี้ต้องเปรียบเทียบกับต่างประเทศ ไม่มีประเทศใดที่ปฏิเสธการตรวจสอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับอุดมศึกษามีการกระจายอำนาจไปสู่สภามหาวิทยาลัย การตรวจสอบยิ่งจะต้องเข้มข้นขึ้นและต้องตรวจสอบให้บ่อยมากขึ้น การปฏิเสธการประเมินโดยขอให้ยุบ สมศ. และไม่ต้องการรับผลการประเมินคุณภาพภายนอกและนำไปใช้นั้น ต้องวิเคราะห์ว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไร  และสิ่งที่ สมศ. ประเมินที่ผ่านมาจะเป็นภาระหรือเพิ่มงานให้สถานศึกษามากขึ้นอย่างไร  และต้องบอกให้ได้ตัวบ่งชึ้ไม่สะท้อนคุณภาพอย่างไร  เข่น ดูเรื่องของศิษย์เก่า หรือตำแหน่งทางวิชาการของอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นต้น 
           
“ที่ผ่านมา สมศ. ได้เชิญมหาวิทยาลัยเข้ามาร่วมสร้างตัวชึ้วัด สร้างมาตรฐานร่วมกันให้สอดคล้อง เพราะการประเมินในระดับมหาวิทยาลัยขณะนี้มันมีความหลากหลายมาก เนื่องจากแต่ละสถาบันมีความแตกต่างกัน แต่เนื่องจาก สมศ.ใช้เกณฑ์เดียวประเมินทุกสถาบัน เนื่องจากเป็นเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำ สถาบันอุดมศึกษาอาจจะรู้สึกได้เปรียบเสียเปรียบกัน เกณฑ์การประเมินคุณภาพของ สมศ. ก็เหมือนกับเกณฑ์ของ อย.ที่มีมาตรฐานเดียว แต่ทางสถาบันอุดมศึกษาต้องการให้ สมศ. จัดเกณฑ์ให้หลายมาตรฐานสอดคล้องธรรมชาติหรือบริบทแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่ง สมศ. ได้ให้มหาวิทยาลัยจัดกลุ่มมหาวิทยาลัย มาระยะหนึ่งแล้วจนบัดนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด”

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1412215684



โทร 1100 TOT contact center (24ชั่วโมง) 

 totknowledgeplus Webmaster
โทรศัพท์ : 0 2575 4893 ,0 2575 7602   (เวลา 8.00 - 17.00)โทรสาร : 0 2575 9409 
e-Mail : 
knowledgeplus@tot.co.th
บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
89/2 หมู่ 3 ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. 10210

Copyright ® 2010-2012 Multimedia Services Development Sector . All Rights Reserved.